2006/Jul/15

http://www.yousendit.com/transfer.php?action=download&ufid=42D0FECD181615C6

โหลดข้างไปดูซะสิ

มันเป็นงานวันชาิติของฝรั่งเศส กลางคืนมีโชว์พลุครึ่งชั่วโมง ที่ champ de mars สวนสาธารณะถัดจากหอไอเฟล เอากล้่องดิจิตอลไปถ่ายแต่ลืม back up ก่อนเลยได้มาแค่ 3 นาทีแรก อลังการงานสร้างแบบพลุเฉลิมพระเกียรติอายม้วนเลย แถมไอ้นี่มันจัดทุกปี (จริงๆโชว์หลังๆอลังการกว่าอีก ยิงกันแบบไม่ยั้ง)

ปล. ชื่อเรื่องไม่มีอะไรแค่อยากตั้งชื่อให้อนิเทรนกับเจ๊ดราโกะแค่นั้นแหละ

"อะไรนะ ไม่รู้จักเจ๊ดราโกะ" งั้นไปอ่านบล๊อคเค้าเอาละกันที่ http://draco.exteen.comฉีเคอะรับประกันความฮา :P

ปล.2 Link ที่ให้ถ้ากดแล้วมันไม่ยอมขึ้นหน้ามาให้ download ให้กด refresh จนกว่าจะขึ้นหนะแหละ โฮสมันบ้าๆบวมๆ


edit @ 2006/07/15 21:05:21

2006/Jun/25

หลังจากจบจากการพักร้อน(แต่หนาวสุดๆ)โคตรอู้ สุดขี้เกียจไม่ยอมทำเมนูต่อมานาน แถมหากระต่ายมาถ่ายรูปคู่ไม่ได้อีก
และแล้ว พระเจ้าก็ลงทัณฑ์ ให้มันมีเรื่องอัดอั้นตันใจจนทนไม่ไหวอยากระบายจนต้องมาเขียน blog ซักที

จากหัวข้อก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันเกี่ยวกับอะไรเอาเป็นว่ามาเริ่มทีละนิดเลยละกัน

วันจันทร์ ทำ PSP ตกจากโต๊ะ ใจหายวูบไป 5วิ ดีที่พื้นบ้านฝรั่งมันเป็นพรมไม่งั้นคงกระจายไปแล้ว 230 ยูโรตู


วันอังคาร วันนี้ตอนทำครัวด้วยเมนูที่ต้องใช้ Marrow Bone (ไขกระดูก) หลังจากต้มจนมันสุกเรียบร้อยทั้งกระดูกก่อนเสิรฟ์มันต้องดันให้แกนมันหลุดออกมาจากกระดูกดันไปเจอชิ้นซวยที่มี กระดูกออกอยู่ตรงกลางพอกดลงไปเท่านั้นแหละ แทงเข้านิ้วโป้งอย่างจัง !@#$%^& (โปรดจินตนาการภาพและความรู้สึกเวลาโดนเข็มเล็กๆเสียบเข้าไปในนิ้ว)
ไม่พอหลังจากกลับมาบ้านตอนบ่าย4 นอนเพลินจนเลยเวลาไปเรียนภาษาฝรั่งเศสตอน2ทุ่ม อันเป็นเหตุให้มีเหตุการณ์ต่อเนื่องวันพุธ


วันพุธ วันนี้เป็นวันที่ฝรั่งเศสนับเป็นการเข้าหน้าร้อนอย่างเป็นทางการและมีการจัดคอนเสริต์ทั่วปารีสคนเมาหัวราน้ำกันสุดๆเรียกกันว่างาน Fete de la musique
เนื่องจากวันอังคารไม่ได้ไปเรียนฝรั่งเศส เพื่อนๆที่โรงเรียนเข้านัดกันไปเที่ยวงานนี้เลยไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย (วันนี้ Alliance Francais ปิด) เลยอดไป ส่วนเพื่อนๆที่โรงเรียนทำอาหาร ครึ่งนึงป่วยอีกครึ่งไม่แน่ใจเลยไม่ได้ไปด้วยกัน
สุดท้ายเลยตัดสินใจไปเดินดูคนเดียว ออกจากบ้านไปได้ครึ่งชั่วโมงเดินออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน กะว่าจะเดินตามแม่น้ำ Seine ไปถึงที่เค้าปาร์ตี้กันซะหน่อย 5 นาทีผ่านไป ฝนลงซู่..... กลับบ้าน


วันพฤหัส ครึ้มอกครึ้มใจ เผามือตัวเองเล่นจากกะทะ(อีกแล้ว)


วันศุกร์ สับนิ้วตัวเอง + เผามือตัวเองอีกรอบด้วยความซวยที่ว่าใครไม่รู้เอา ตะแกรงรองถาดอบร้อนๆไปวางไว้ใต้ตู้อบพอจะหยิบมาใช้ก็เผามือตัวเอง
แถมทั้งพายและเค้กที่ทำวันนั้นไม่รุ่งซักอย่าง พายตับไก่กับกะหล่ำปลี-ดันวางแป้งไม่ดีพอแกะพิมพ์แล้วรั่วน้ำไหลโจ๊กๆ ส่วนเค้กOpera-ดันแช่เย็นไม่พอ พอราดชอคโกแลตเคลือบมันเลยละลายปนกับชอคโกแลตอีก OTL


วันเสาร์ เป็นวันที่เพื่อนๆจัดปาร์ตี้ Maxican Night นัดกันไปทำอาหารแมกซิกันกินกันด้วยความโคตรอภิมหาซวย ตอนบ่าย2นั่งรถไฟใต้ดินไปถึงบ้านเค้า กดcodeประตูเข้าไป ตอนเข้าลิฟท์เสือกเจอปล้นอีกโดยเด็กเวร3ตัวอีก
รายละเอียด เริ่มจากพอดีไอ้พวกที่มันมาปล้นเนี่ยมันนั่งรถไฟคันเดียวกัน เห็นตูมีเบียร์มันเลยขอซื้อไปกินขวดนึงตูก็โอเค มีตั้ง6ขวดให้มันไปแล้วกันให้เบียร์มันเสร็จได้ตังเสร็จลงจากตู้ ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรเห็นมันลงที่เดียวกัน เดินแยกกันไปคนละทาง แต่พอตอนตูเปิดประตูเข้าApartmentเพื่อนเสร็จกดลิฟท์เปิดประตูมันโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ (ขอทำความเข้าใจว่าประเทศนี้ Apartment มันต้องกด Code เข้าก่อนจากนั้นพอถึง lift ต้องใช้ code อีกตัวหรือกุญแจในการขึ้นอีกที)
ทีนี้ไอ้ตอนเปิดประตูก็ไม่ได้รีบปิดให้มันล๊อค เพราะไม่ได้คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ แล้วมันก็วิ่งพรวดเข้ามาในลิฟท์กัน3คน พอประตูลิฟท์ปิดเท่านั้นหละได้เรื่องชักมีดหั่นเสต็กออกมาเล่มนึงจ่อคอขู่ ในใจก็คิดว่า ให้เงินมันไปช่างมันแล้วกันถือว่าฟาดเคราะห์ไป 40ยูโร (พึ่งเบิกมาหมาดๆเมื่อวาน) มันไม่จบแค่นั้นทีนี้มันเอามือถืออีก ก็ช่างมันอีกซื้อมายูโรเดียวจากโปรโมชั่น เอาๆแล้วไปซะทีกูรำคาญ
ทีนี้แม่งเสือกไม่ไปหนะสิ มันชักเครดิตการด์ขึ้นมาบอกจะเอา code ไปกดอีก ทีนี้เริ่มเดือดหละยอมดีๆไม่ชอบ พอมันประมาทลดมีดลงปุ๊บเลยได้โอกาศจับคว้าแย่งมีด ด้วยกล้ามเนื้อจากการกระดกกระทะ,ตีไข่จนฟู+อดรินารีนทำให้รู้สึกเหมือนข้อมือมันบิดง่ายเหลือเกิน หลังจากบู้กันในลิฟท์ประมาณ 10วิ มันก็รีบเปิดประตูเผ่นออกไปอย่างสวมงาม
ตูจับเพื่อนมันอยู่คนนึงมันเลยขว้างกระเป๋าตังคืนมาใส่หัวแล้วเพื่อนมันก็สะบัดหลุดวิ่งหนีไป
สรุปยอดความเสียหาย ตังประมาณ 40 ยูโร + มือถือพร้อมSimที่ซื้อมาราคา1ยูโร (เพราะโดนสัญญาทาส2ปี)
จะบอกว่าโคตรแค้นตัวเองเลยให้ตายเหอะ ต่อยมันก็ไม่ได้ต่อยทั้งที่มีโอกาศ เตะก็ไม่ได้เตะ แถมไอ้ที่โง่กว่านั้นคือถือ Six pack ขวดแก้วที่เหลือ5ขวด แล้วอยู่ในมือทำไมไม่ใช้วะ ฟาดทำเป็นปากฉลามก็รอดแล้วฮ้วย แถมในเป้ก็มีมีดใหญ่ Wusthof คมกริบอยู่อีกเล่ม OTL
ห้วย อนาถตัวเอง ถ้าเทียบเป็นการ์ตูนเหมือนโดนพวกโจรตัวประกอบที่โผล่มาช่องเดียวแถมโดนพระเอกเตะทีเดียวตายปล้น ตูมันกระจอกจริงๆให้ตายเหอะ OTL

สรุปแล้วจากเหตุการณ์สัปดาห์นี้ทำให้ตัวเองเลเวลอัพขึ้นมาอีก 1 เลเวล ได้สเตตัสดังนี้
ความกร้านโลก +1
โลกโหดร้าย +3
ความแค้น +10

และคาดว่าเดือนหน้าจะเก็บเลเวลจนอัพอีกทีซึ่งจะได้ค่าสเตตัสตามนี้
พลังกาย +10
พุง -10
ความเถื่อน +10
เครา +10
เทคนิคการอัดคน +10

จบท้ายด้วยภาพของกินรวมๆ ตั้งแต่ขึ้นระดับ Intermediate มาละกัน
http://www.animegami.com/share/Berserk666/Food5.zip

ปล. HBD ป้าซอร์เดี๋ยวจะซื้อไม้บรรทัดกลับไปให้เป็นของขวัญตามมุกตุ่นนะ

คำอธิบายเล็กน้อย

Marrow Bone = เป็นไขกระดูกของพวกวัวหรือลูกวัว มักนิยมใส่ในซุปหรือซอสบางชนิด รสชาติเหมือนมันล้วนๆที่ละลายในปาก (ไม่เข้าใจเหมือนก้นว่ามันอร่อยตรงไหน)

Seine = แม่น้ำที่ผ่ากลางปารีส

2006/May/30

วันนี้ไม่มาพูดเรื่องอาหารหละ มาพูดเรื่องคนทำกันบ้างดีกว่า

Alain Ducasse พูดถึงชื่อนี้แล้วคนไทยอาจจะไม่รู้จักแต่เมืองนั้นเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดเชฟในขณะนี้เลยทีเดียว (ขนาดอาจารย์ที่ LCB ยังเอ่ยชมเลย) เอาประวัติแบบย่อๆกันก่อน

เกิด : 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1956 ที่เมือง Castelsarrazin ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ ประเทศฝรั่งเศส

ประวัติการทำงาน : เริ่มเข้าทำงานด้านนี้เมื่ออายุได้ 16 ปี โดยเป็นเด็กฝึกงานที่ภัตตาคาร Pavillon Landais และ ต่อที่โรงเรียนการโรงแรมที่ Bordeaux (Bordeaux Hotel School) หลังจากนั้น ก็ได้เริ่มเข้าทำงานที่ ภัตตาคารของ Michel Guérards

จุดเริ่มของการมีชื่อเสียง : หลังจากทำงานกับ Alain Chapel อยู่2ปี (ซึ่งเค้าได้นับถือเป็นอาจารย์) Alain ได้เข้าไปทำงาน ที่ภัตตาคารที่ LAmandier ในตำแหน่ง Chef หลังจากนั้น 1 ปีเค้าได้ย้ายไปทำงานที่ La Terrasse ซึ่งเป็นภัตตาคารในโรงแรม Juana ที่เมือง Juan-les-Pins จนกระทั่งปี 1984 ได้รับรางวัลเป็น ภัตตาคาร 2 ดาว จาก Michelin หลังจากนั้นในปี คศ.1987 เค้าได้ย้ายไปทำงาน เป็น Head Chef ในโรงแรม Hôtel de Paris ที่ Monte-Carlo และคอยคุมภัตตาคาร Le Louis XV ในโรงแรมไปด้วย หลังจากนั้น 3ปี ภัตตาคารนี้ได้รับรางวัล 3 ดาว Michelin

จุดสูงสุดในอาชีพ : หลังจากทำงานและเปิดภัตตาคารหลายแห่งจนกระทั่งปี คศ. 2005 ทาง Michelin ได้ประกาศ ข่าวออกมาว่า Alain Ducasse เป็นเชฟคนแรกที่มีภัตตาคารที่ได้รับรางวัล Michelin 3 ดาว ถึง 3 แห่งจาก Michelin Guide ปี 2006 ซึ่งทำให้เค้าได้ชื่อว่า 9 Stars Chef

สรุปสำหรับเชฟแล้วถือว่าเป็นเชฟที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกเลยทีเดียวเค้าไปเปิดร้านที่ญี่ปุ่นด้วยนะชื่อร้าน Benoit Tokyo ที่อาโอยาม่า ใครอยู่ยุ่นลองไปดูสิแต่กระเป๋าฉีกหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้เหมือนกัน เอิ้ก

ขอขอบคุณ wikipedia และ official web ของ Alain Ducasse สำหรับข้อมูล http://www.wikipedia.com และ http://www.alain-ducasse.com

ภาคผนวก

Michelin's Star - ใช่แล้วไอ้ยี่ห้อยางมิชลินหนะแหละ เจ้าของมันขี้เที่ยวมากเลยทำไกด์ออกมาแนะนำร้านอาหารทุกปี แถมให้รางวัลด้วยนะ สูงสุดคือ 3 ดาว ซึ่งในขณะนี้ถือเป็นรางวัลสูงสุดของร้านอาหารเลยทีเดียว

ปล. ได้แล้วไม่ใช่ได้ตลอดมีการเช็คทุกปีดาวลดกันประจำ

ปล2. อยากดูรูปไปดูในเวบเค้าเอาเองละกันนะขี้เกียจอะ